• ฐิติกร พูลภัทรชีวิน

นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นด้วยคำถามว่า "ทำไม"

คนที่บอกว่าตัวเองไม่มีปัญหาอะไรเลย มีอยู่สองประเภทครับ ถ้าไม่ใช่พยายามหลอกคนอื่น ก็หลอกตัวเองอยู่

ปัญหาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการทำงานอยู่แล้ว เพราะปัญหาคือ สภาพการณ์ปัจจุบันที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่คาดหวังไว้ นั้นแปลว่า ถ้าตอนนี้คุณยังไม่บรรลุเป้าหมายทุกด้านอย่างสมบูรณ์แบบ คุณก็กำลังมีปัญหา หรือแม้ว่าคุณจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมดแล้ว คุณก็ไม่ควรหยุดความคาดหวังไว้ที่เดิม แต่ควรต้องคาดหวังให้มากขึ้นไปอีก ปัญหาใหม่ก็จะเกิดขึ้นตามมาทันทีครับ

และเพราะว่ามีปัญหานี่แหละ การพัฒนาจึงเกิดขึ้น ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการทำงานทั่วไป หรือนวัตกรรมยิ่งใหญ่ที่พลิกโลกได้ ต่างก็มีจุดเริ่มต้นจากที่เดียวกัน นั่นก็คือ ปัญหา ประกอบกับความสงสัยว่า “ทำไม” ฉัน/เขา ต้องทนอยู่กับปัญหานี้ต่อไปด้วย

ยกตัวอย่างเช่น มนุษย์ต้องการไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระเสรีและรวดเร็ว แต่ถ้าเดินไปมันก็จะช้าและเหนื่อยมาก ไปไหนได้ไม่ไกล หรือถ้าเจอแม่น้ำใหญ่ๆ เจอมหาสมุทร ก็ข้ามไปไม่ได้แล้ว ความจำกัดนี้ทำให้มนุษย์อยากบินได้ แต่ปัญหาคือ มนุษย์บินไม่ได้ แล้วก็มีใครบางคนเริ่มคิดว่า “แล้วทำไมมนุษย์ถึงบินไม่ได้ล่ะ ก็เข้าใจว่าทางกายภาพเราไม่มีปีกเหมือนนก แต่ทำไมเราไม่หาวิธีอื่นที่จะทำให้มนุษย์บินได้โดยไม่ต้องใช้ปีกแบบนกล่ะ” จากจุดนั้นเองจึงเกิดเป็นเครื่องร่อน บอลลูน และเครื่องบินในที่สุด

มนุษย์อยากใช้เวลาช่วงกลางคืนทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น เช่น ทำงานหรือเรียนหนังสือ แต่ปัญหาคือ กลางคืนไม่มีแสงสว่างเพียงพอ แล้วก็มีใครบางคนเริ่มคิดว่า “แล้วทำไมเราไม่หาทางทำให้กลางคืนมีแสงขึ้นมาล่ะ” ในสมัยนั้นคนรู้แล้วว่าการก่อกองไฟจะทำให้เกิดแสง แต่การก่อกองไฟในบ้านคงไม่ดีเท่าไหร่นัก แล้วก็เกิดคำถามใหม่ขึ้นมาว่า “ทำไมไม่หาวิธีทำให้กองไฟนั้นเล็กพอที่จะไม่ทำให้เกิดอันตรายแต่ยังให้แสงสว่างได้มากพอสำหรับการทำงานต่างๆ ล่ะ” จากจุดนั้นเองจึงเกิดเป็นเทียนไขขึ้นมา แล้วก็พัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นหลอดไฟในที่สุด

มนุษย์อยากติดต่อสื่อสารกับคนที่อยู่ไกลต่างหมู่บ้าน ต่างเมือง ต่างทวีป แต่ปัญหาคือ มนุษย์ไม่สามารถส่งเสียงหรือท่าทางให้คนที่อยู่ไกลออกไปขนาดนั้นได้ แล้วก็มีใครบางคนเริ่มคิดว่า “แล้วทำไมเราไม่หาทางทำอะไรบางอย่างที่จะทำให้คนสามารถมองเห็นในระยะไกลแล้วเข้าใจความหมายกันได้ล่ะ หรือแล้วทำไมเราไม่หาทางทำให้เสียงของเราส่งผ่านอะไรบางอย่างไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่เราต้องการได้ล่ะ” จากจุดนั้นเองจึงเกิดเป็น สัญญาณควัน โทรเลข โทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต ในที่สุด

ถ้าย้อนกลับไปดูนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ทั้งโลกนี้ จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมเหล่านั้นต่างก็เกิดจากคนที่ “ยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา แต่ไม่ยอมปล่อยให้ปัญหานั้นคงอยู่ตลอดไป” พวกเขาเริ่มตั้งคำถามว่า “ทำไม” กับปัญหาหรือสถานการณ์นั้นๆ แล้วจึงเริ่มต้นใช้ความคิดสร้างสรรค์มาหาคำตอบให้กับตัวเอง จนได้เป็นไอเดียที่น่าสนใจบางอย่างแล้วจึงมุ่งมั่นพัฒนาต่อไปจนกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาได้ในที่สุด

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ทักษะที่ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่บางคนกดมันเอาไว้จนไม่สามารถฉายแสงออกมาได้ พวกเราส่วนใหญ่จัดหมวดหมู่นักคิดเชิงสร้างสรรค์ไว้เป็น “กลุ่มคนพิเศษเฉพาะ” ประมาณ