อย่าปล่อยให้ AI ทำ...จนสมองฝ่อ! ถึงเวลา "Scale Up" สู่ผลลัพธ์จริง
- ฐิติกร พูลภัทรชีวิน

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

MIT Sloan ได้ออกรายงานฉบับใหม่ (21 มกราคม 2026) ที่เผยให้เห็นถึงทิศทางสำคัญของโลกการทำงานและปัญญาประดิษฐ์ในปีนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าขึ้น แต่เป็น "จุดเปลี่ยน" ที่ผู้นำองค์กรต้องจับตามองหากไม่อยากตกขบวน
จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ MIT Sloan พบว่าปี 2026 คือปีแห่งการ "Scale up" และการตั้งคำถามที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI นี่คือสาระสำคัญที่คุณต้องรู้:
1. กับดักความสบาย: อย่าปล่อยให้ AI ทำจนสมองเรา "ฝ่อ"
Roberto Rigobon ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ ได้เตือนถึงเรื่อง "ความยืดหยุ่นของสมอง" (Brain Plasticity) ว่าสมองของเราเปลี่ยนแปลงตามประสบการณ์ หากเราหยุดแก้โจทย์เลข เราก็จะลืมวิธีทำ หากเราหยุดใช้ความคิดสร้างสรรค์แล้วโยนให้ AI ทำทั้งหมด เราอาจสูญเสียทักษะเหล่านั้นไปถาวร
DoYourWill's Insight: การใช้ AI ที่ฉลาดที่สุด ไม่ใช่การให้มันทำแทนทุกอย่าง แต่คือการใช้มันเพื่อ "ต่อยอด" ความคิดของคุณ อย่าให้ AI มาลดทอนศักยภาพในตัวคุณ แต่จงใช้มันเพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้
2. หมดเวลาของเล่นใหม่ ได้เวลาของ "ผลลัพธ์จริง" (Real Scale)
หมดยุคของการตื่นเต้นกับฟีเจอร์ใหม่ๆ แล้ว ปี 2026 คือปีที่องค์กรต้องก้าวข้ามจากการทำ Pilot Project ไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง (Scaling AI Solutions) แต่ความท้าทายคือ "Playbook แบบเดิมๆ ใช้ไม่ได้ผล" กฎเกณฑ์การกำกับดูแลแบบเก่าไล่ตามความเร็วของ AI ไม่ทัน องค์กรที่ประสบความสำเร็จในปีนี้คือองค์กรที่เริ่มจาก "Small efforts" หรือการปรับเปลี่ยนจุดเล็กๆ ในกระบวนการทำงานที่สร้างผลกระทบมหาศาล (Big Value) แทนที่จะรื้อระบบใหม่ทั้งหมดในคราวเดียว
3. ช่องว่างที่ต้องระวัง (The Accuracy Gap)
แม้ AI จะฉลาดแค่ไหน แต่ช่องว่างความแม่นยำระหว่าง "มนุษย์" และ "LLM" (Large Language Models) ยังคงมีอยู่ การเข้าใจกลไกการทำงานเบื้องหลังของ AI (Mechanistic Interpretability) จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้เราตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่แค่เชื่อคำตอบที่ AI สุ่มมาให้
บทสรุปสำหรับผู้นำ
ปี 2026 ไม่ใช่ปีของการแข่งว่าใครมี AI ที่แรงกว่า แต่คือการแข่งว่าใครสามารถ "Collaborate" หรือทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างชาญฉลาดกว่ากัน ผู้นำที่แท้จริงคือ "SArchitect" ผู้ที่สามารถออกแบบโครงสร้างการทำงานใหม่ที่ผสานจุดแข็งของมนุษย์ (Empathy, Creativity, Context) เข้ากับพลังของ AI (Speed, Scale) ได้อย่างลงตัว
อย่ารอให้โลกเปลี่ยนคุณ แต่จงใช้เครื่องมือในมือเปลี่ยนโลกของคุณเอง
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : https://mitsloan.mit.edu/ideas-made-to-matter/looking-ahead-ai-and-work-2026






ความคิดเห็น